พัฒนาการลูกน้อย

พัฒนาการของลูกน้อยมีความแตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย ติดตามเกร็ดความรู้ คำแนะนำ และเรื่องราวที่จะช่วยให้ข้อมูลในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี เพื่อร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง ให้ลูกน้อยพร้อมเรียนรู้และพัฒนาในทุกด้านได้อย่างเต็มศักยภาพ

พัฒนาการของเด็กเล็กวัย 1 ขวบ

ไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยใช่ไหมคะว่า จากเด็กน้อยแบเบาะทำอะไรเองไม่เป็น ตอนนี้เจ้าตัวเล็กเติบใหญ่จนมีอายุหนึ่งขวบแล้ว จากนี้ไปถือเป็นก้าวกระโดดของชีวิตที่เขาพร้อมแล้วที่จะเรียนรู้โลกใบใหม่ด้วยตัวเอง เด็กน้อยคนนี้เริ่มมีความเป็นตัวของตัวเอง รู้จักท้าทายไม่ยอมคุณพ่อคุณแม่ง่ายๆ เหมือนเดิมหรอกนะ แต่อีกฝั่งหนึ่งเขาก็ชอบเลียนแบบคนที่โตกว่าหรือเพื่อนเด็กคนอื่นๆ สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมใจล่วงหน้าคือรอยแผล รอยขีดข่วนจากการเล่นซนเสริมประสบการณ์ของเจ้าตัวแสบเอง

วัยขวบปีแรกนี้เด็กน้อยเรียนรู้แล้วว่าตัวเองคือใคร ถ้าได้เห็นรูปตัวเองหรือในกระจกก็จะรู้ว่า “นี่ไง ตัวฉัน” และยังรู้จักใช้คำเรียกคนหรือสิ่งของที่คุ้นเคย เริ่มพูดเป็นคำสั้นๆ ได้ เข้าใจและทำตามคำสั่งง่ายๆ ได้แล้วค่ะ

พัฒนาการทางร่างกาย

สมองของหนูน้อยวัยหนึ่งขวบพัฒนาขนาดขึ้นประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ของสมองผู้ใหญ่ น้ำหนักก็ขึ้นเกือบสามเท่าเมื่อเทียบกับตอนเกิด แต่จากนี้ไปน้ำหนักของเขาจะไม่เร่งสปีดขึ้นเอาๆ แล้ว เพราะมีการใช้พลังงานไปกับกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น เด็กหนึ่งขวบควรจะนั่งและยืนเองแบบสบายๆ ได้แล้ว หรือขั้นกว่าคือพอจะเดินหรือทำอะไรได้เอง ไม่ว่าจะหยิบของกินเอง เปิดหน้าหนังสือนิทานเอง ช่วงนี้จึงเป็นเวลาที่เราควรปล่อยให้เขาทำโน่นทำนี่ได้อย่างใจ เพื่อให้เขาฝึกทักษะ ประสาทสัมผัส ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างมือและสายตาค่ะ

เมื่อลูกรักจอมซนอายุได้ 15 เดือน ลองหาเก้าอี้ตัวเล็กๆ ที่มั่นคงให้เขาลองลุกนั่งเอง แล้วยังได้เอ็กเซอร์ไซส์กล้ามเนื้อสะโพกและหัวเข่าไปในตัว หรือจะบริหารร่างกายแบบมีอุปกรณ์ เช่นการเตะลูกบอลนิ่มๆ รับส่งกัน ต่อมาในวัย 20 เดือน เขาจะแข็งแรงพอที่จะเป็นขาเต้นหรือเล่นขึ้นบันได จุดนี้ไม่ว่าใครจะทำอะไร เจ้าตัวแสบขอมีส่วนร่วมไปเสียหมด ดังนั้น สิ่งสำคัญเมื่อพลังของเขาเหลือเฟือแบบนี้ คือการเคลียร์พื้นที่รอบตัวเขาให้ปลอดภัยค่ะ อาทิ กั้นประตูที่บันได กั้นรั้วรอบบ้าน หาอะไรปิดช่องเสียบปลั๊กไฟ เก็บของมีคมหรือสารเคมีต่างๆ ให้พ้นมือเด็ก ต้องเอาใจใส่กับเรื่องนี้อย่างจริงจังนะคะ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เพียงเสี้ยววินาที

พัฒนาการทางอารมณ์

เด็กวัยหนึ่งขวบจนถึงเกือบสองขวบยังคงมีอาการดราม่า ติดคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ที่ดูแลมาก เขาอาจจะเลือกเล่นอะไรคนเดียวหรือไม่ยอมทำตามที่ผู้ใหญ่บอก แต่สักพักเดียวก็จะกลับมาหาเอง ประมาณว่าหนูหยิ่งได้แป๊บเดียวก็กลับมาอ้อนผู้ใหญ่เสียแล้ว ตัวเขาเองก็สับสนและพยายามจัดการกับอารมณ์ต่างๆ เหมือนกัน เมื่อยังพูดไม่เก่งก็ต้องแสดงออกด้วยการร้องไห้ กรีดร้อง กัด หรือตี ถือเป็นพัฒนาการปกติ สบายใจได้ค่ะ ในทางตรงกันข้าม เด็กน้อยก็เริ่มเรียนรู้อารมณ์ของคนใกล้ตัวจากสีหน้า เขาจะคอยเช็คว่าเรารู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เขากำลังทำอยู่

ให้เวลากับแก้วตาดวงใจของคุณ ชวนเล่นเกม แสดงสีหน้าเห็นใจเวลาที่หนูทำอะไรไม่ได้ ต้องใจเย็นสุดๆ ไม่ดุ ไม่ลงโทษ แค่บอกว่าควรทำอย่างไร ยิ่งถ้าทำดียิ่งต้องชมและให้รางวัล นอกจากนี้ควรสนับสนุนให้เจ้าตัวเล็กรู้จักแบ่งของให้คนอื่นในครอบครัว ให้เขาเห็นว่าคนที่ได้ไปมีความสุขนะ ถ้าเจ้าหนูอารมณ์เสียโวยวายขึ้นมา ลองเบี่ยงเบนความสนใจไปอย่างอื่นหรือพาออกจากจุดนั้นไปที่อื่นดีกว่าค่ะ

พัฒนาการทางสังคม

หนูรู้แล้วล่ะว่าใครเป็นใคร ในวัยนี้เด็กน้อยเริ่มหัดทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ บ้างแล้ว หยอกคุณตาที เล่นซ่อนหากับคุณยายที แล้วไปเยี่ยมๆ มองๆ เด็กคนอื่นถึงเขาจะไม่เล่นด้วย หรือบางทีก็ไปชวนทะเลาะกันอีก นอกจากนี้เขาสามารถมีอารมณ์ร่วมกับคนรอบข้าง เช่น ถ้ามีใครในครอบครัวตกอยู่ในอาการซึมเศร้า ลูกรักของคุณก็จะจ๋อยไปด้วย หรือร้องไห้ตามเด็กคนอื่น

เพื่อให้ลูกคนเก่งรู้จักเข้าสังคม ลองเปิดโอกาสให้ลูกน้อยเล่นกับเด็กคนอื่นบ่อยๆ ได้เข้ากลุ่มและเล่นของเล่นที่เหมาะสมกับวัยร่วมกัน แต่อย่าให้แข่งขันกันดีกว่าค่ะ อย่าทำให้เจ้าตัวเล็กขี้อิจฉาติดดราม่า และการที่เขาได้เห็นคุณพูดคุยและแสดงความรักกับคนหรือแม้แต่สัตว์เลี้ยง จะช่วยกล่อมเกลาให้เขาเป็นมิตรกับคนอื่นๆ ไปด้วย

พัฒนาการทางสติปัญญา

ตอนนี้ลูกของคุณจะเริ่มฉายแววความฉลาดมาให้เห็นแล้ว เด็กน้อยพยายามสังเกตและรวบรวมข้อมูล จากนั้นก็จะดึงข้อมูลมาใช้ในการตัดสินใจเวลาเล่นเกมหรือแก้ปัญหาต่างๆ อะไรที่มีกลไกแปลกๆ เช่น ของเล่นไขลาน ปุ่มหรือสวิทช์ต่างๆ ลูกบิดประตู ของโปรดทั้งนั้นเลยค่ะ อย่างที่บอกว่าเจ้าตัวเล็กสนุกกับการเลียนแบบผู้ใหญ่มากๆ คนใกล้ตัวเด็กควรระมัดระวังอากัปกิริยาให้เรียบร้อยเหมาะสม อีกทั้งคำพูดคำจาก็ต้องไพเราะน่าฟัง เกิดเด็กน้อยจำคำอุทานประหลาดๆ ไปพูดตาม คงไม่ดีแน่ใช่ไหมคะ

เราอาจจะยังไม่แน่ใจถึงระดับความสามารถทางสติปัญญาของลูกรักแสนซน แนะนำให้หาของเล่นหลายอย่าง ยากง่ายต่างกันให้เขาลองเล่น แล้วสังเกตเพื่อเสริมทักษะขั้นต่อไป เกมจับคู่ เรียงของ หรือการแก้โจทย์ง่ายๆ ทั้งสนุกและบริหารสมอง อาจเพิ่มความน่าสนใจให้โปรแกรมประจำอย่างการเล่านิทาน ด้วยการลองให้เจ้าตัวเล็กชี้สิ่งของต่างๆ ตามที่คุณบอก สอนเรียกชื่ออวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ชื่อสิ่งของในชีวิตประจำวัน พาไปเที่ยวสวนสาธารณะหรือสวนสัตว์กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นและเสริมความจำ

ช่วงขวบปีแรก เจ้าตัวแสบเริ่มมีอำนาจสั่งการได้แล้วว่าอยากให้คุณพ่อคุณแม่ในคอนโทรลทำตามที่บอก เวลาเล่นกันก็อย่าลืมสวมบทบาทให้สมจริง ให้เขารู้สึกว่าไม่ว่าอย่างไรคุณจะอยู่ข้างๆ เขาเสมอนะคะ